วัดศรีชุม

วัดศรีชุม

วัดศรีชุม เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดสุโขทัยตั้งอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือเป็นโบราณสถานที่ยังคงคุณค่าแก่ชาวสุโขทัยอย่างมาก นอกจากนี้ภายในยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์ใหญ่ มีนามว่า พระอจนะ ซึ่งเป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์และมนต์เสน่ห์ของพระพุทธรูปดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากราบไหว้และชมความงดงามอย่างไม่ขาดสาย วัดศรีชุม มีความหมายมาจากภาษาพื้นเมืองดั้งเดิมแปลว่า ต้นโพธิ์ สันนิฐานว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ซึ่งปรากฏอยู่ในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 ที่พูดถึงวัดแห่งนี้และพระอจนะภายในมณฑป ที่มีขนาดความกว้างด้านละ 32 เมตร สูง 15 เมตร ตามฝาผนังอุโมงค์มีภาพเขียนเก่าแก่แต่เลอะเลือนเกือบหมด คาดว่าภาพเขียนนี้มีอายุเกือบ 700 ปี นอกจากนี้ยังมีการค้นพบหลักศิลาจารึกภายในวัดศรีชุม ซึ่งคาดว่าเป็นหลักศาลาจารึกหลักที่ 2 ทำด้วยหินดินดาน กว้าง

อาณาเขตอาณาจักรสุโขทัย

อาณาจักรสุโขทัยเป็นที่ตั้งอาณาจักรแรกของชนชาติไทยเมื่อ 700 ปีที่แล้ว คำว่า “สุโขทัย” มาจากสองคำ คือ สุข+อุทัยหมายความว่า รุงอรุณแห่งความสุข รอยอดีตแห่งความรุ่งเรืองเห็นได้จากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวไทยและต่างประเทศ  พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดสุโขทัยจะเป็นที่ราบลุ่ม ทางตอนเหนือและตอนใต้ของจังหวัดมีลักษณะเป็นที่ราบสูง มีเขาหลวงเป็นภูเขาที่มีความสูงที่สุด วัดจากระดับน้ำทะเลมีความสูงประมาณ 1,200 เมตร โดยมีแนวภูเขายาวเป็นพืดทางด้านทิศตะวันตก ส่วนพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดจะเป็นที่ราบ มีแม่น้ำยมไหลผ่านจากทิศเหนือจรดทิศใต้ ผ่านอำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอสวรรคโลก อำเภอศรีสำโรง อำเภอเมืองสุโขทัย และอำเภอกงไกรลาศ ช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดสุโขทัยยาวประมาณ 170 กิโลเมตร จังหวัดสุโขทัยมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงซึ่งแต่ก่อนถือเป็นเมืองลูก ดังนี้ ทิศเหนือ

การสิ้นสุดของอาณาจักรสุโขทัย

หลายคนอาจจะเข้าใจว่าอาณาจักรสุโขทัยสิ้นสุดลงพร้อมกับการถือกำเนิดของกรุงศรีอยุธยาแต่ความเป็นจริงแล้ว2อาณาจักนี้อาศัยอยู่ด้วยกันในฐานะเมืองเอกและเมืองรองจนหลังจากชนะศึกที่แม่น้ำสะโตงแล้ว พระนเรศวรโปรดให้เทครัวเมืองเหนือทั้งปวง เมืองพระพิษณุโลกสองแคว เมืองสุโขทัย เมืองพิชัย เมืองสวรรคโลก เมืองกำแพงเพชร เมืองพิจิตร และเมืองพระบาง ลงมาไว้ที่อยุธยา เพื่อเตรียมรับศึกใหญ่ พิษณุโลกและหัวเมืองเหนือทั้งหมดจึงกลายเป็นเมืองร้าง หลังจากเทครัวไปเมืองใต้ จึงสิ้นสุดการแบ่งแยกระหว่างชาวเมืองเหนือ กับชาวเมืองใต้ และถือเป็นการสิ้นสุดของรัฐสุโขทัยโดยสมบูรณ์ เพราะหลังจากนี้ 8 ปี พิษณุโลกได้ถูกฟื้นฟูอีกครั้ง แต่ถือเป็นเมืองเอกในราชอาณาจักร มิใช่ราชธานีฝ่ายเหนือแต่ถ้านับจากเชื้อสายแล้วละก็พระนเรศวรและพระเอกาทศรถก็ทรงมีเชื้อสายของราชวงศ์พระร่วงซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ของสุโขทัยและได้สิ้นสุดลงหลังการสวรรณคตของสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ และราชวงศ์ปราสาททองขึ้นเป็นกษัตรย์ครองกรุงศรีอยุธยา ในด้านวิชาการ มีนักวิชาการหลายท่านได้เสนอเพิ่มว่า เหตุการณ์อีกประการ อันทำให้ต้องเทครัวเมืองเหนือทั้งปวงโดยเฉพาะพิษณุโลกนั้น อยู่ที่เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ บนรอยเลื่อนวังเจ้า ในราวพุทธศักราช

ด้านการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย

อาณาจักรสุโขทัยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ระยะแบบราชาธิปไตย  ในระยะแรกสุโขทัยมีการปกครองแบบพ่อปกครองลูก พระมหากษัตริย์เรียกว่า พ่อขุน ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อที่จะต้องดูแลคุ้มครองลูก ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โปรดให้สร้างกระดิ่งแขวนไว้ที่หน้าประตูพระราชวัง เมื่อประชาชนมีเรื่องเดือดร้อนก็ให้ไปสั่นกระดิ่งร้องเรียน พระองค์ก็จะเสด็จมารับเรื่องราวร้องทุกข์ และโปรดให้สร้างพระแท่นมนังคศิลาอาสน์ได้กลางดงตาล ในวันพระจะนิมนต์พระสงฆ์มาเทศน์สั่งสอนประชาชน หากเป็นวันธรรมดาพระองค์จะเสด็จออกให้ประชาชนเข้าเฝ้าและตัดสินคดีความด้วยพระองค์เอง การปกครองแบบนี้ปรากฏในสมัยกรุงสุโขทัยตอนต้น แบบธรรมราชา กษัตริย์ผู้ทรงธรรม ในสมัยของพระมหาธรรมราชาที่ 1มีกำลังทหารที่ไม่เข้มแข็ง ประกอบกับอาณาจักรอยุธยาที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ได้แผ่อิทธิพลมากขึ้น พระองค์ทรงเกรงภัยอันตรายจะบังเกิดแก่อาณาจักรสุโขทัย หากใช้กำลังทหารเพียงอย่างเดียว พระองค์จึงทรงนำหลักธรรมมาใช้ในการปกครอง โดยพระองค์ทรงเป็น แบบอย่างในด้านการปฏิบัติธรรม ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา นอกจากนั้นพระมหาธรรมราชาที่ 1 ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมเรื่อง

การแทรกแซงของอยุธยา

หลังจากที่อาณาจักรสุโขทัยผ่านความเจริญรุ่งเรืองมาแล้วนั้นก็จะเริ่มเข้าสู่การเสื่อมถอยหลักจากสิ้นราชการของพ่อขุนรามคำแหง เมืองขึ้นต่างๆก็เริ่มตีตัวออกห่างเพราะการปกครองจะเน้นที่ความสามารถของบุคคลไม่ใช่เป็นการสืบทอดแบบทางจีนแต่ก็จะนำวัฒนธรรมการสืบทอดเชื้อสายเดียวกันมาใช้ในสมัยอยุธยาเมืองต่างๆเริ่มอ่อนแอลงเมือง ส่งผลให้ในรัชกาลพญาเลอไท และรัชกาลพญาไสลือไท ต้องส่งกองทัพไปปราบหลายครั้งแต่มักไม่เป็นผลสำเร็จ และการปรากฏตัวขึ้นของอาณาจักรอยุธยาทางตอนใต้ซึ่งกระทบกระเทือนเสถียรภาพของสุโขทัยจนในท้ายที่สุดก็ถูกแทรกแทรงจากอยุธยา จนมีฐานะเป็นหัวเมืองของอยุธยาไปในที่สุด โดยมี พระมหาธรรมราชาที่ 4 เป็นผู้ปกครองสุโขทัยในฐานะรัฐอิสระพระองค์สุดท้าย โดยขณะนั้น ด้วยการแทรกแซงของอยุธยา รัฐสุโขทัยจึงถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ เมืองสรวงสองแคว พิษณุโลก อันเป็นเมืองเอก มีพระมหาธรรมราชาที่ 4เป็นผู้ปกครอง  เมืองสุโขทัย เมืองรอง มี พระยาราม เป็นผู้ปกครองเมือง  เมืองเชลียง ศรีสัชนาลัย มี

ปฐมกษัตริย์ผู้ปกครอง

พ่อขุนศรีอินทราทิตย์   อันเป็นองค์ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงพระองค์นี้ไม่เป็นที่ปรากฏชัด ณ ที่แห่งใด ในศิลาจารึก ตำนาน พงศาวดารและจดหมายเหตุต่าง ๆ ก็ไม่ได้กล่าวถึง ปฐมวัยของผู้นำคนไทยผู้นี้ไว้ที่ใด คงมีเพียงหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ ซึ่งพระเถระแห่งล้านนาไทยได้เขียนไว้ว่า มีชายคนหนึ่งรูปงาม มีพละกำลังมาก อยู่ในป่า มีเทพธิดาองค์หนึ่ง เห็นชายคนนั้นแล้วนึกชอบจึงแสดงมายาหญิง ชายคนนั้นก็ร่วมสังวาสด้วยจนได้บุตรชายคนหนึ่ง บุตรคนนี้มีกำลังมาก รูปงาม ชาวบ้านทั้งปวงจึงพร้อมใจกันทำราชาภิเษกบุตรชายซึ่งครองราชย์สมบัติในเมืองสุโขทัยนั้นได้ปรากฏพระนามว่า โรจราชภายหลังจึงมีอีกพระนามว่า พระเจ้าล่าวง  แม้จะเป็นหลักฐานที่ค่อนข้างเลื่อนลอย ไม่ว่าระยะเวลา สถานที่หรือตัวบุคคลแต่ชินกาลมาลีปกรณ์ เขียนขึ้นหลังเหตุการณ์นั้นประมาณ 200 ปี ซึ่งไม่ใช่ระยะเวลาที่ห่างจนเกินไปนัก

ความเป็นอยู่ของคนสุโขทัยในอดีต

ในหลักศิลาจารึกบอกถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่ามีอาณาเขตกว้างมาก ทิศเหนือจรดเมืองแพร่ น่านและหลวงพระบาง ทิศใต้จรดนครศรีธรรมราช ทิศตะวันออกจรดเมืองเวียงจันทร์ และทิศตะวันตกจรดเมืองหงสาวดี การปกครองบ้านเมืองเป็นระบบ พ่อปกครองลูก ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีมีสิทธิเสรีภาพดั่งคำจารึกว่า ไพร่ฟ้าหน้าใสในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เพื่อนจูงวัวไปค้าขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า สมัยนั้นชาวสุโขทัย ทำเกษตรกรรมเป็นหลัก อาศัยน้ำที่มีอยู่บริบูรณ์ทำนา ทำสวน ทำไร่ มีการสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำไว้ใช้หน้าแล้งเรียกว่า ทำนบพระร่วง  ซึ่งนักโบราณคดีได้ศึกษาพบถึง 7  แห่ง สุโขทัยเป็นศูนย์กลางค้าและการผลิตเครื่องถ้วยชาม ส่งขายยังต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนิเซีย และบอร์เนียว

ชุมชนเมืองสุโขทัยเก่าและราชธานี

ก่อนที่สุโขทัยจะกลายเป็นเมืองได้มีกลุ่มชนลุ่มแม่น้ำโขงเคลื่อนย้ายไปตั้งถิ่นฐานบนเส้นทางสายเป็นหย่อม ๆ แล้วค่อย ๆ ทะยอยเข้าสู่ลุ่มแม่น้ำน่าน บริเวณเขตจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมาได้เกิดเป็นบ้านเมือง และได้กลายเป็นประชากรส่วนหนึ่งของแคว้นสุโขทัยเส้นทางแรกเชื่อมโยงผู้คนจากเขตเมืองหลวงพระบาง เมืองแถน ลงใต้สู่ปากลาย ทุ่งยั้ง เชลียง และสุโขทัย อีกสายหนึ่งคือเส้นทางจากหลวงพระบาง น่าน แพร่ สุโขทัย ตาก ไปสุดทางที่ริมฝั่งทะเลอันดามันที่มะละแหม่ง  เส้นทางข้ามหุบเขาสายตะวันออก – ตะวันตก เริ่มจากลุ่มแม่น้ำโขงในภาคอีสานตอนบน รวมทั้งกลุ่มเมืองเวียงจันทน์ผ่านเทือกเขาภูพาน ในเขตจังหวัดอุดรธานี เข้าไปในเขตจังหวัดเลย ผ่านหุบเขาแถบอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ไปทางลำน้ำแควน้อย

พัฒนาการทางประวัติศาสตร์

เขตพื้นที่ จังหวัดสุโขทัยมีผู้คนมาพักอาศัยและตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัย สมัยทวาราวดี สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน บริเวณที่ราบตอนล่างของภาคเหนือของไทย เคยเป็นดินแดนที่มีมนุษย์มาตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จากหลักฐานทางโบราณคดีพบเครื่องมือหินที่เขาขน เขากา ในเขตตำบลนครดิฐ อำเภอศรีนคร แหล่งโบราณคดีบ้านวังหาด ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบ้านด่านลานหอย  บ้านบึงหญ้า ตำบลหนองจิก อำเภอคีรีมาศ ฯลฯ ชุมชนเหล่านี้อยู่ต่อเนื่องกัน และตั้งเป็นบ้านเมืองขึ้นในเวลาต่อมา จนถึงประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เป็นต้นมา ได้มีการติดต่อกับดินแดนอื่นในแถบบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมแบบทวาราวดี โดยได้พบโบราณวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกัน ได้แก่ลูกปัด

อาณาจักรสุโขทัยเดิม

เมืองสุโขทัยเดิม พญาศรีนาวนัมถมเป็นเจ้าเมืองครองอยู่ แต่ครั้งเมื่อพญาศรีนาวนำถมถึงแก่กรรมลง ได้เกิดเรื่องยุ่งยากขึ้น โดยต้องตกอยู่ในอำนาจปกครองของขอมสบาดโขลญลำพง ดังนั้น พ่อขุนผาเมืองผู้เป็นโอรส จึงได้ร่วมกับพ่อขุนบางกลางหาวยึดอำนาจคือ สำหรับพ่อขุนผมเองนั้นนอกจากเป็นโอรสของเจ้าเมืองสุโขทัยเก่าและเป็นเจ้าเมืองราดแล้ว ยังดำรงฐานะเป็นราชบุตรเขยของกษัตริย์เขมร และได้รับมอบนามเกียรติยศคือ  ศรีอินทราบดินทราทิตย์  กับพระขรรค์ชัยศรีจากกษัตริย์เขมรด้วย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ครอบครองงสุโขทัยเป็นศุนย์กลางมีอำนาจอยู่แถบบริเวณลุ่มแม่น้ำยมและแม่น้ำปิงตอนล่าง ทรงมีโอรสที่ปรากฏนามอยู่สองพระองค์ คือ พ่อขุนบานเมือง ผู้พี่และพ่อขุนรามราชผู้น้อง เมื่อขุนศรีอินทราทิตย์สิ้นพระชนม์พ่อขุนบานเมือง ได้ขึ้นครองราชย์ต่อมา แต่อยู่ในช่วงระยะสั้น ๆ ไม่ปรากฏเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อพ่อขุนบานเมืองสิ้นประชนม์ ในปี พ.ศ. 1822 พ่อขุนรามคำแหง จึงได้ครองราชย์ต่อมาและได้ทรงเป็นมหาราชพระองค์แรงของชนชาติไทย ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชถือได้ว่าเป็นยุคทองของสุโขทัย