ปฐมกษัตริย์ผู้ปกครอง

ปฐมกษัตริย์ผู้ปกครอง

พ่อขุนศรีอินทราทิตย์   อันเป็นองค์ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงพระองค์นี้ไม่เป็นที่ปรากฏชัด ณ ที่แห่งใด ในศิลาจารึก ตำนาน พงศาวดารและจดหมายเหตุต่าง ๆ ก็ไม่ได้กล่าวถึง ปฐมวัยของผู้นำคนไทยผู้นี้ไว้ที่ใด คงมีเพียงหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ ซึ่งพระเถระแห่งล้านนาไทยได้เขียนไว้ว่า มีชายคนหนึ่งรูปงาม มีพละกำลังมาก อยู่ในป่า มีเทพธิดาองค์หนึ่ง เห็นชายคนนั้นแล้วนึกชอบจึงแสดงมายาหญิง ชายคนนั้นก็ร่วมสังวาสด้วยจนได้บุตรชายคนหนึ่ง บุตรคนนี้มีกำลังมาก รูปงาม ชาวบ้านทั้งปวงจึงพร้อมใจกันทำราชาภิเษกบุตรชายซึ่งครองราชย์สมบัติในเมืองสุโขทัยนั้นได้ปรากฏพระนามว่า โรจราชภายหลังจึงมีอีกพระนามว่า พระเจ้าล่าวง  แม้จะเป็นหลักฐานที่ค่อนข้างเลื่อนลอย ไม่ว่าระยะเวลา สถานที่หรือตัวบุคคลแต่ชินกาลมาลีปกรณ์ เขียนขึ้นหลังเหตุการณ์นั้นประมาณ 200 ปี ซึ่งไม่ใช่ระยะเวลาที่ห่างจนเกินไปนัก

ความเป็นอยู่ของคนสุโขทัยในอดีต

ในหลักศิลาจารึกบอกถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่ามีอาณาเขตกว้างมาก ทิศเหนือจรดเมืองแพร่ น่านและหลวงพระบาง ทิศใต้จรดนครศรีธรรมราช ทิศตะวันออกจรดเมืองเวียงจันทร์ และทิศตะวันตกจรดเมืองหงสาวดี การปกครองบ้านเมืองเป็นระบบ พ่อปกครองลูก ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีมีสิทธิเสรีภาพดั่งคำจารึกว่า ไพร่ฟ้าหน้าใสในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เพื่อนจูงวัวไปค้าขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า สมัยนั้นชาวสุโขทัย ทำเกษตรกรรมเป็นหลัก อาศัยน้ำที่มีอยู่บริบูรณ์ทำนา ทำสวน ทำไร่ มีการสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำไว้ใช้หน้าแล้งเรียกว่า ทำนบพระร่วง  ซึ่งนักโบราณคดีได้ศึกษาพบถึง 7  แห่ง สุโขทัยเป็นศูนย์กลางค้าและการผลิตเครื่องถ้วยชาม ส่งขายยังต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนิเซีย และบอร์เนียว

ชุมชนเมืองสุโขทัยเก่าและราชธานี

ก่อนที่สุโขทัยจะกลายเป็นเมืองได้มีกลุ่มชนลุ่มแม่น้ำโขงเคลื่อนย้ายไปตั้งถิ่นฐานบนเส้นทางสายเป็นหย่อม ๆ แล้วค่อย ๆ ทะยอยเข้าสู่ลุ่มแม่น้ำน่าน บริเวณเขตจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมาได้เกิดเป็นบ้านเมือง และได้กลายเป็นประชากรส่วนหนึ่งของแคว้นสุโขทัยเส้นทางแรกเชื่อมโยงผู้คนจากเขตเมืองหลวงพระบาง เมืองแถน ลงใต้สู่ปากลาย ทุ่งยั้ง เชลียง และสุโขทัย อีกสายหนึ่งคือเส้นทางจากหลวงพระบาง น่าน แพร่ สุโขทัย ตาก ไปสุดทางที่ริมฝั่งทะเลอันดามันที่มะละแหม่ง  เส้นทางข้ามหุบเขาสายตะวันออก – ตะวันตก เริ่มจากลุ่มแม่น้ำโขงในภาคอีสานตอนบน รวมทั้งกลุ่มเมืองเวียงจันทน์ผ่านเทือกเขาภูพาน ในเขตจังหวัดอุดรธานี เข้าไปในเขตจังหวัดเลย ผ่านหุบเขาแถบอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ไปทางลำน้ำแควน้อย

พัฒนาการทางประวัติศาสตร์

เขตพื้นที่ จังหวัดสุโขทัยมีผู้คนมาพักอาศัยและตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัย สมัยทวาราวดี สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน บริเวณที่ราบตอนล่างของภาคเหนือของไทย เคยเป็นดินแดนที่มีมนุษย์มาตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จากหลักฐานทางโบราณคดีพบเครื่องมือหินที่เขาขน เขากา ในเขตตำบลนครดิฐ อำเภอศรีนคร แหล่งโบราณคดีบ้านวังหาด ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบ้านด่านลานหอย  บ้านบึงหญ้า ตำบลหนองจิก อำเภอคีรีมาศ ฯลฯ ชุมชนเหล่านี้อยู่ต่อเนื่องกัน และตั้งเป็นบ้านเมืองขึ้นในเวลาต่อมา จนถึงประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เป็นต้นมา ได้มีการติดต่อกับดินแดนอื่นในแถบบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมแบบทวาราวดี โดยได้พบโบราณวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกัน ได้แก่ลูกปัด

อาณาจักรสุโขทัยเดิม

เมืองสุโขทัยเดิม พญาศรีนาวนัมถมเป็นเจ้าเมืองครองอยู่ แต่ครั้งเมื่อพญาศรีนาวนำถมถึงแก่กรรมลง ได้เกิดเรื่องยุ่งยากขึ้น โดยต้องตกอยู่ในอำนาจปกครองของขอมสบาดโขลญลำพง ดังนั้น พ่อขุนผาเมืองผู้เป็นโอรส จึงได้ร่วมกับพ่อขุนบางกลางหาวยึดอำนาจคือ สำหรับพ่อขุนผมเองนั้นนอกจากเป็นโอรสของเจ้าเมืองสุโขทัยเก่าและเป็นเจ้าเมืองราดแล้ว ยังดำรงฐานะเป็นราชบุตรเขยของกษัตริย์เขมร และได้รับมอบนามเกียรติยศคือ  ศรีอินทราบดินทราทิตย์  กับพระขรรค์ชัยศรีจากกษัตริย์เขมรด้วย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ครอบครองงสุโขทัยเป็นศุนย์กลางมีอำนาจอยู่แถบบริเวณลุ่มแม่น้ำยมและแม่น้ำปิงตอนล่าง ทรงมีโอรสที่ปรากฏนามอยู่สองพระองค์ คือ พ่อขุนบานเมือง ผู้พี่และพ่อขุนรามราชผู้น้อง เมื่อขุนศรีอินทราทิตย์สิ้นพระชนม์พ่อขุนบานเมือง ได้ขึ้นครองราชย์ต่อมา แต่อยู่ในช่วงระยะสั้น ๆ ไม่ปรากฏเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อพ่อขุนบานเมืองสิ้นประชนม์ ในปี พ.ศ. 1822 พ่อขุนรามคำแหง จึงได้ครองราชย์ต่อมาและได้ทรงเป็นมหาราชพระองค์แรงของชนชาติไทย ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชถือได้ว่าเป็นยุคทองของสุโขทัย

สุโขทัยก่อนตั้งเป็นอาณาจักร

จากร่องรอยทางโบราณคดีและวัตถุหลักศิลาจากรึก และพงศาวดารในสมัยกรุงเก่าและการให้ปากคำของคนในท้องถิ่นหลายฉบับทำให้เข้าใจว่าระยะก่อนปี พ.ศ. 1761 นั้น ปรากฏอำนาจของเขมรรุ่งเรืองมากในดินแดนสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะประมาณปลายปี พ.ศ.1600 เป็นต้นมา จนถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่7  อิทธิพลของอาณาจักรเขมรที่เป็นจุดศูนย์กลางอำนาจทางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่เมืองละโว้ปัจจุบันคือลพบุรี อาณาจักรเขมรมีการปกครองแบบประชาธิปไตย กษัตริย์จะส่งขุนนางที่ไว้ใจไปปกครองเมืองต่างๆซึ่งเป็นเมืองบริวารจะต้องส่งส่วยเป็นเครื่องราชบรรณาการให้แก่เมืองหลวง คณะเดียวกันกับบางท้องถิ่นอาจเป็นอิสระมีการปกครองตนเองเพราะสมัยก่อนยากที่จะรู้ได้ว่าในอาณาเขตของอาณาจักรมีประชากรอยู่ในส่วนไหนบ้างที่สามารถรู้ได้คือจำนวนคนที่อยู่ในเมือง ส่วนประชากรที่อยู่นอกตัวเมืองหรือในป่าเป็นกลุ่มชนที่มีขนาดไม่ใหญ่โต ผู้ปกครองเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจากกลุ่มชนให้เป็นผู้ปกครองต้องบอกก่อนว่าเขตสุวรรณภูมิสมัยนั้นประชากรมีน้อยการจัดการเลยง่ายไม่มีความซับซ้อนในการปกครองบริเวณที่มีความสำคัญหรือเมืองที่ตั้งอยู่ติดกับเมืองหลัก คือ 1. บริเวณเมืองศรีเทพ   ลุ่มแม่น้ำป่าสัก ซึ่งมีซากโบราณสถานเป็นปรางค์ที่สร้างด้วยศิลาแลงและอิฐ รวมทั้งเทวรูปศิลาหลายองค์ ที่เห็นได้ชัดว่าเป็นศิลปกรรมแบบเขมร 2. บริเวณเมืองสองแคว หรือเมืองพิษณุโลก  ซึ่งปรากฏมีโบราณสถานเป็นศิลปกรรมแบบเขมร ได้แก่ พระปรางค์วัดจุฬามณี